• HOME
  • ABOUT US
  • กลุ่มธุรกิจ
  • MAP
  • CONTACT US
กลุ่มธุรกิจ
COMMITTEE
NEWS
ACTIVITIES PICTURES
OUR MEMBER
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 16
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 24
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 71,203
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
21 ตุลาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30  31         
             
  ข่าวเศรษฐกิจไทย-จีน
เมด อิน เซินเจิ้น

หากพูดถึง “การออกแบบ” จะมีสักกี่คนที่นึกถึงเมืองที่หลายๆ คนเปรียบให้เป็น “เมกะแห่งการเลียนแบบ” อย่างเซินเจิ้น และจะมีสักกี่คนที่รู้ว่า เซินเจิ้นในวันนี้คือศูนย์กลางการออกแบบกราฟฟิกและอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่ สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และยังได้รับเลือกให้เป็น “เมืองแห่งการออกแบบ”โดยยูเนสโก

ดีไซน์เซินเจิ้น: เลียนแบบเพื่อเรียนรู้

ถึงแม้ว่าเซินเจิ้นจะมีภาพลักษณ์ของการเป็น ”World Factory” หรือฐานการผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงการเป็นแหล่งผลิตสินค้าลอกเลียนแบบที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด แต่ในอีกแง่หนึ่งนั่นหมายถึง โอกาสของผู้ประกอบการในเซินเจิ้นสำหรับการเข้าถึงกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก เรียนรู้เทคนิค วิธีการจัดการ ตลอดจนข้อมูลทางการตลาด จนสามารถนำมาใช้ในการสร้างสรรค์สินค้า หรือแม้แต่สร้างวัฒนธรรมร่วมสมัยของตนเอง

ความที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเมืองท่าติดต่อกับนานาประเทศ และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ เซินเจิ้นจึงเป็นเมืองที่เชื่อมโยงการออกแบบ การผลิต และการค้าเข้าด้วยกัน และนั่นเป็นที่มาของความต้องการงานออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออกสินค้าในช่วงปลายทศวรรษ 70 ตามมาด้วยการกลับมาของโฆษณา (หลังจากที่การโฆษณาสินค้าเป็นสิ่งต้องห้ามในยุคของการปฏิวัติวัฒนธรรมที่มีเพียงโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น) ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของงานออกแบบกราฟฟิกและสิ่งพิมพ์ของจีนยุคใหม่

อย่างไรก็ดี งานออกแบบกราฟฟิกและสิ่งพิมพ์รแพร่หลายเป็นอย่างมาก เมื่อมีการจัดนิทรรศการ Graphic Design in China ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1992 และทำให้เซินเจิ้นกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจการพิมพ์ของประเทศ และเหล่านักออกแบบมืออาชีพและนักเรียนนักศึกษาด้านกราฟฟิกดีไซน์พากันเข้ามาทำงานหาประสบการณ์และสร้างสรรค์การออกแบบแนวใหม่ด้วยภาษา รูปแบบ และสไตล์ที่แตกต่างไปจากงานโฆษณาชวนเชื่อในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง

ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม

ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางงานออกแบบกราฟฟิกในประเทศเท่านั้น ในทศวรรษ 90 งานออกแบบกราฟฟิกที่สร้างสรรค์โดยนักออกแบบที่เป็นสมาชิกของสมาคมนักออกแบบกราฟฟิกเซินเจิ้นนั้น ยังชนะรางวัลสำหรับการแข่งขันในต่างประเทศจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งถ้าเราลองมองย้อนกลับไปดูรากฐานทางวัฒนธรรมของจีน จะเห็นได้ว่า ศิลปะของจีนในอดีตไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพพิมพ์ หรือตัวอักษรซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสารเท่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเอื้อต่อการสร้างสรรค์งานออกแบบกราฟฟิกสำหรับนักออกแบบจีนอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็ตระหนักชัดในคุณค่าของรากฐานทางวัฒนธรรม และได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาเซินเจิ้นให้เป็นเมืองที่พัฒนาบนวัฒนธรรม (Culture-Based City) ในปี 2003 โดยมีเป้าหมายสร้างเมืองเซินเจิ้นให้เป็นเมืองที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยทั้งในเชิงวัฒนธรรมและการรักษาสิ่งแวดล้อม นโยบายและแผนการพัฒนาต่างๆ ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากรัฐบาลให้บริษัทเอกชนเข้ามาปรับปรุงอาคารโรงงานเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้างทรุดโทรมทั่วเมือง ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ทั้งหมดกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์งานของเหล่าบรรดานักออกแบบ ศิลปิน ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมออกแบบ

ไม่เพียงเท่านั้น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกแบบและการแลกเปลี่ยนในระดับนานาชาติอย่างจริงจัง ก็มีผลอย่างมากในการยกระดับงานดีไซน์ของเซินเจิ้นและดึงดูดให้บรรดานักออกแบบจากทั่วโลกให้เข้ามาทำงาน

โดยนอกจากงานนิทรรศการด้านกราฟฟิกดีไซน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศจีนอย่าง Graphic Design in China แล้วยังมีงาน Shenzhen Biennale of Urbanism/Architecture งานประกวด China Industrial Design Elites Competition ทำให้ปัจจุบันมีบริษัทด้านการออกแบบกว่า 6,000 แห่งอยู่ในเซินเจิ้น และมีพนักงานรวมกันกว่า 100,000 คน สร้างรายได้ทั้งหมดกว่า 11,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 55,000 ล้านบาทต่อปี


เมืองแห่งการออกแบบ

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ OCAT หรือ OCT Contemporary Art Terminal โดดเด่นขึ้นในฐานะองค์กรศิลปะที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานออกแบบและงานศิลปะร่วมสมัยของจีน ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ He Xiangning โดยมีสมาชิกองค์กรประกอบไปด้วยนักวิจารณ์ด้านศิลปะ ภัณฑารักษ์ ศิลปิน นักออกแบบ และผู้ทำงานในสายงานพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปะจีนร่วมสมัยจากทั่วโลก

OCATไม่เพียงเผยแพร่ข้อมูลงานศิลปะร่วมสมัยทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้งานศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบของจีนก้าวไปสู่ระดับสากล รวมทั้งช่วยโปรโมตการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ งานสัมมนาวิชาการและการมอบทุนสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานในแขนงการออกแบบ งานศิลปะ การแสดง ดนตรี ภาพยนตร์ และมัลติมีเดีย OCAT ยังมีอิทธิพลในการพัฒนาพื้นที่รอบเขต Overseas Chinese Town (OCT)ให้กลายเป็นย่านสุดฮิปของเซินเจิ้น เพราะเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านหนังสือ บูติกแฟชั่น ดีไซน์สตูดิโอ แกลเลอรี่ศิลปะ และคาเฟ่าสไตล์เก๋มากมาย เช่นเดียวกับผู้คนที่มีความสนใจเดียวกันที่มารวมตัวกัน

ด้วยการเรียนรู้จากการลอกเลียนแบบในขั้นต้นจนเกิดเป็นการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองขึ้นอย่างโดดเด่นและไม่เหมือนใครในที่สุด เซินเจิ้นจึงกลายเป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามจากองค์การยูเนสโกว่า “City of Design” หรือเมืองแห่งการออกแบบเป็นแห่งแรกของประเทศจีน แซงหน้ามหานครปักกิ่งผู้ร่ำรวยวัฒนธรรม และเซี่ยงไฮ้ เมืองท่าแห่งเทคโนโลยีไปอย่างมีนัยยะสำคัญ

OvernightCity

                ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน เซินเจิ้นเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเกาะฮ่องกง และมีประชากรเพียง 30,000 คนเท่านั้น ปัจจุบันเซินเจิ้นมีชื่อเล่นใหม่ว่า “Overnight City” ซึ่งเป็นคำกล่าวติดตลกถึงการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วไปสู่เมืองขนาดใหญ่ ทันสมัย และร่ำรวยที่สุดของประเทศจีน โดยมีตัวเลขรายได้ต่อประชากรกว่า 89,814 หยวน หรือประมาณ 449,070 บาทต่อปี (2007) อันเป็นผลมาจากนโยบายการผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) แห่งแรกของจีน

                การหลั่งไหลของกลุ่มทุนต่างชาติทำให้เซินเจิ้นเติบโตเป็นหนึ่งในเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นศูนย์กลางการขนส่งลอจิสติกส์ และระบบการเงินของภูมิภาคทะเลจีนใต้ รวมทั้งยังเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องงใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงของเล่น ซึ่งกล่าวกันว่าเกือบสามในสี่ของผลิตภัณฑ์ของเล่นที่วางจำหน่ายทั่วโลกนั้นผลิตในเซินเจิ้นทั้งสิ้น

                นับตั้งแต่การเปลี่ยนสถานะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เศรษฐกิจของเมืองได้เติบโตเพิ่มมากขึ้นเกือบร้อยละ 28 ต่อเนื่องทุกปี มีเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท มีตัวเลขจีดีพี ในปี 2008 สูงถึง 780,650 ล้านหยวน หรือประมาณ 4 ล้านล้านบาท ผลักดันให้เซินเจิ้นมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดีที่สุด เป็นอันดับ 4 ของประเทศตามหลังปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว

                เซิ้นเจิ้นยังมีแผนพัฒนาระบบเศรษฐกิจร่วมกับฮ่องกงทางด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานการค้าขาย การลงทุน การดำเนินธุรกิจ การวิจัย การแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี การคมนาคม และการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มแผนพัฒนาร้วมกันนี้มาตั้งแต่ปี 2007 และหากทุกอย่างประสบความสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ จะทำให้ภายในปี 2020 เขตเศรษฐกิจเซินเจิ้น-ฮ่องกงจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความสำคัญที่สุดในโลกเป็นอันดับสาม รองจากมหานครนิวยอร์กและโตเกียว


โครงการ International Art Residency Program

 

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของ OCAT เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการออกแบบและงานศิลปะ แต่ละปีระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน OCAT จะเชิญนักออกแบบ ศิลปิน ภัณฑารักษ์ และนักวิจารณ์ ในสายงานทัศนศิลป์ ประติมากรรม การแสดงนิวมีเดีย และงานพิพิธภัณฑ์ จำนวน 5 คน จากประเทศต่างๆ ให้เข้ามาอาศัยและทำงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะต่างๆ รวมทั้งสร้างสรรค์งานร่วมกัน โดยผู้เข้าร่วมแต่ละคนจะมีสตูดิโอส่วนตัว ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีเงินสนับสนุนจำนวน 3,000 หยวน หรือประมาณ 15,000 บาทต่อเดือนต่อคน สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และอีก1,000 หยวน หรือประมาณ 5,000 บาทต่อเดือนต่อคน สำหรับเป็นค่าวิจัยและอุปกรณ์การทำงาน ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ Ocat.com.cn

 

 

ที่มา : http://www.tcdc.or.th/src/17451/www-creativethailand-org/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%94-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99


 

ข่าวเศรษฐกิจไทย-จีน
- เมด อิน เซินเจิ้น
- เมด อิน เซินเจิ้น
ดูทั้งหมด

Copyright by thaihainantrade.com
Engine by MAKEWEBEASY